จากการผ่าคลอดในประเทศไทยที่เพิ่มสูง ดานอนเดินหน้าสานต่อโครงการ C-Section Awareness Month เป็นปีที่สอง ด้วยอัตราการคลอดบุตรด้วยการผ่าคลอด (C-section) ในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 40.9% ของการคลอดทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำไว้ที่ 10–15% ดานอนจึงจัดกิจกรรม “เดือนรณรงค์การตระหนักรู้ เกี่ยวกับการผ่าคลอด” หรือ“C-Section Awareness Month” ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ พร้อมนำเสนอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดเกี่ยวกับความท้าทายด้านสุขภาพของระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกัน ที่เด็กผ่าคลอดอาจต้องเผชิญ โดยโครงการดังกล่าวยังมุ่งช่วยคลายความไม่สบายใจของคุณแม่ผ่าคลอดจำนวนมาก ซึ่งมักกังวลว่าบุตรหลานอาจมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่า หรือ พัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กที่คลอดตามธรรมชาติแม้ว่าการผ่าคลอดจะเป็นวิธีที่จำเป็นทางการแพทย์และสามารถช่วยชีวิตได้ในหลายกรณี แต่กระบวนการดังกล่าวอาจทำให้ทารก ไม่ได้รับแบคทีเรียที่มีประโยชน์จากแม่ในช่วงแรกของชีวิต ซึ่งตามปกติจะถ่ายทอดผ่านกระบวนการคลอดแบบธรรมชาติ การขาดกระบวนการส่งต่อจุลินทรีย์ตามธรรมชาตินี้ อาจส่งผลให้จุลินทรีย์ในลำไส้ช่วงแรกเริ่มไม่สมดุล และมีงานวิจัยชี้ว่าอาจส่งผลต่อการพัฒนาการของสมองในระยะเริ่มต้นนมแม่ถือเป็นแหล่งโภชนาการที่ครบถ้วนสำหรับเด็กทารกรวมถึงทารกผ่าคลอดในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งรวมถึงซินไบโอติก (Synbiotic) ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ ซึ่งเป็นรากฐานภูมิต้านทานของเด็กผ่าคลอดที่แข็งแรงในอนาคต และนอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดที่นำเสนอข้อมูลที่สร้างความมั่นใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ โดยพบว่า ซินไบโอติก ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างพรีไบโอติกส์และโพรไบโอติกส์ ร่วมกับ Bifidobacterium breve สามารถช่วยฟื้นฟูสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ของเด็กผ่าคลอดได้ นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า ซินไบโอติกไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อร่างกายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อเนื่อง ทำความเข้าใจวิทยาศาสตร์เบื้องหลัง โดยปกติแล้ว เมื่อทารกคลอดตามธรรมชาติ เด็กจะได้รับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จากแม่โดยอัตโนมัติ ซึ่งเปรียบเสมือนชุดเริ่มต้น (Starter Pack) สำหรับการสร้างพื้นฐานของระบบลำไส้และภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ในทางกลับกัน เด็กที่เกิดจากการผ่าคลอดอาจพลาดโอกาสในการรับจุลินทรีย์ตามธรรมชาตินี้ไปบางส่วน ส่งผลให้การเติบโตของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งนั้นล่าช้าออกไป ซึ่งผลงานวิจัยที่กล่าวถึงข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ซินไบโอติกสามารถช่วยสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ในเด็กกลุ่มนี้ได้ โดยพบว่ามีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น เพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อครอบครัวในยุคปัจจุบันอัตราการผ่าคลอดทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นจาก 7% ในปี 1990 มาอยู่ที่ 21% ในปัจจุบัน และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องไปจนถึง 29%ภายในปี 2030 ซึ่งแนวโน้มนี้ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุของคุณแม่ที่มากขึ้นและการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (IVF) มากขึ้น เมื่อคุณแม่ที่จำเป็นต้องผ่าคลอดมีจำนวนมากขึ้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของโภชนาการที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบลำไส้และภูมิคุ้มกันของเด็กได้อย่างไร... Read More














