บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองการลงทุนต่อ “Space Economy” ในฐานะธีมการลงทุนเชิงโครงสร้างที่กำลังก้าวเข้าสู่ระยะเติบโตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ พร้อมประเมินว่ามูลค่าอุตสาหกรรมอวกาศทั่วโลกอาจแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 จากแรงขับเคลื่อนของธุรกิจดาวเทียม อินเทอร์เน็ตอวกาศ ระบบความมั่นคง และบริการข้อมูลเชิงพาณิชย์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง นายกันชนะพล เกิร์ท มาเชลล์ซีเรียล วัน คอมเพอร์นอล์เลอ กรรมการผู้จัดการฝ่ายกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศในรอบนี้มีลักษณะแตกต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่มีภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทสำคัญ และมีโครงสร้างรายได้ที่ชัดเจน โดยเฉพาะธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Low-Earth Orbit ระบบสื่อสารเพื่อความมั่นคง การใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมในภาคเกษตร พลังงาน และการบริหารจัดการภัยพิบัติ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลเพื่อรองรับเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ “Space Economy ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการสำรวจอวกาศอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบสื่อสาร ความมั่นคง และเศรษฐกิจดิจิทัลโลก การเติบโตในรอบนี้มีฐานรายได้รองรับและมีความต่อเนื่องมากขึ้น” นายกันชนะพล กล่าว เมย์แบงก์ ประเมินว่า ปัจจัยสนับสนุนหลักของการขยายตัวในระยะยาวมาจากการเติบโตของระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่ช่วยขยายการเข้าถึงบรอดแบนด์ไปยังพื้นที่ห่างไกลทั่วโลก ขณะเดียวกันต้นทุนการปล่อยจรวดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากเทคโนโลยี Reusable rocket ได้เปิดโอกาสให้ธุรกิจดาวเทียมมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้น นอกจากนี้ งบประมาณด้านกลาโหมและ Space Security ที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงโครงการสำรวจดวงจันทร์และ Deep Space ของประเทศมหาอำนาจ ล้วนเป็นแรงผลักดันให้การลงทุนในอุตสาหกรรมอวกาศมีความต่อเนื่องในระดับโครงสร้าง ทั้งนี้ อุตสาหกรรมอวกาศทั่วโลกถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ยราว 15% ต่อปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยมีธุรกิจการสื่อสารและคมนาคมเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก สะท้อนให้เห็นว่าธีมดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงกระแสระยะสั้น... Read More















