เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย แถลงข่าวผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมา โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด 8,378 คัน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีรถแวนรวมกว่า 299 คัน ชูความสำเร็จของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มียอดขายเติบโตขึ้นถึง 110% ในขณะที่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่นำโดย The new E-Class มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนกว่า 37% และรถยนต์ในกลุ่ม Top-End Luxury มียอดขายเติบโตขึ้น 15% มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในเซกเมนต์เดียวกัน ด้วยสัดส่วนกว่า 40% พร้อมเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 โดยประเดิมการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) ตั้งแต่การสร้างรถยนต์คันแรกเมื่อปี 2429 และเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% กับโมเดลสำคัญของปีอย่าง “The all-new electric CLA” ที่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Show 2026 ช่วงเดือนมีนาคมนี้ และยังมีรถยนต์รุ่นใหม่อีกกว่า 7 รุ่น เตรียมเปิดตัวตลอดทั้งปี 2569 ในโอกาสเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้จัดพิธีส่งมอบตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO Handover Ceremony) เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านผู้นำขององค์กร โดยประกาศแต่งตั้ง มร. คริสเตียน เชลล์ (Christian Schell) เข้ารับตำแหน่งต่อจาก มร. มาร์ทิน ชเวงค์ โดยมีผลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินธุรกิจในหลายมิติ ทั้งการปรับใช้โมเดลธุรกิจ Retail of the Future รวมถึงการสร้างกลยุทธ์และกิจกรรมทางการตลาดเพื่อยกระดับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคชาวไทย โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างชัดเจน อ้างอิงจากการเติบโตของยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของแบรนด์ โดยในส่วนของรถยนต์ระดับ Top-End Luxury (TEV+) มีการเปิดตัวเพิ่มเติมถึง 4 รุ่น ได้แก่ Mercedes-AMG SL 55, Mercedes-AMG GT 63, Mercedes-AMG G 63 และ G 450... Read More















