กลุ่มบริษัทในเครือ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด สร้างชื่อในระดับสากลในฐานะบริษัทเอกชนไทยรายแรกที่มีพื้นที่ภายใต้การดูแลได้รับการรับรองเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-Based Conservation Measures: OECMs) ทั้งในประเทศไทยและมัลดีฟส์ ภายใต้การดูแลของกลุ่มบริษัท 2 แห่ง ได้แก่ “สิงห์ปาร์ค เชียงราย”และ “CROSSROADS Maldives” ซึ่งได้รับการรับรองครอบคลุมทั้งระบบนิเวศบนบกและทางทะเล สะท้อนผลลัพธ์จากการปกป้องดูแลและฟื้นฟูธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง จนสามารถฟื้นตัวและกลับมามีความสมบูรณ์ พร้อมขยายผลสู่พื้นที่โดยรอบจนเป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์หลากหลายชนิด
นายภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เผยว่า “การได้รับการรับรอง OECMs ซึ่งเป็นเกณฑ์การอนุรักษ์ในระดับสากล ครอบคลุมทั้งพื้นที่บนบกและพื้นที่ทางทะเล ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบุญรอดฯ และสะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจ ตลอดระยะเวลา 93 ปี ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประโยชน์และการมีส่วนร่วมของชุมชน สร้างผลลัพธ์ทางระบบนิเวศที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม การรับรองครั้งนี้ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์ แต่เป็นสิ่งยืนยันถึงความตั้งใจและผลลัพธ์จากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดและขยายแนวทางการดูแลไปยังพื้นที่โดยรอบบริษัทฯ โดยร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามแนวคิด Global Citizen ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าและดูแลสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว”

พื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ พื้นที่บนบก “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ผสานการดูแลพื้นที่สีเขียวกับการเกษตรอย่างยั่งยืน ฟื้นฟูระบบนิเวศจนเป็นแหล่งอาหารและพื้นที่ขยายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด รวมถึงเป็นพื้นที่หากิน ทำรัง และขยายพันธุ์ของนกน้ำและนกอพยพที่พบได้ยากในประเทศไทย และพื้นที่ทางทะเล ภายใต้โครงการ “CROSSROADS Maldives” ซึ่งเป็นโครงการเรือธงของ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ธุรกิจโรงแรมในเครือบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ที่อนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการัง โดยประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์ปะการังจนพื้นที่แนวปะการังเพิ่มขึ้น เป็นแหล่งพักพิงของสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด รวมถึงสัตว์ทะเลหายากที่คนทั่วไปแทบไม่มีโอกาสพบเห็นในชีวิตประจำวัน ตลอดจนมีการบันทึกการพบโลมาได้เป็นจำนวนมาก โดยผลลัพธ์จากการดูแลและฟื้นฟูธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทั้งสองพื้นที่ได้รับการรับรองเป็นพื้นที่ OECMs
จากการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ระหว่างปี 2023–2025 พบสิ่งมีชีวิตรวม 184 ชนิดครอบคลุม 5 กลุ่ม ได้แก่ พืช, แมลง, สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และนก นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นแหล่งหากิน ทำรัง และขยายพันธุ์ของนกน้ำและนกอพยพหลายชนิด รวมถึงเป็ดอพยพที่พบได้ยากในประเทศไทย เช่น เป็ดแดงและเป็ดดำหัวสีน้ำตาล รวมถึงนกปรอดหัวโขน โดยเป็ดดำหัวสีน้ำตาลจัดอยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened: NT) ตามบัญชีแดงของ IUCN
ขณะที่โครงการ CROSSROADS Maldives พบสัตว์ทะเลในบัญชีแดงของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จำนวน 24 ชนิด ซึ่งหลายชนิดเป็นสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ที่แทบไม่มีโอกาสพบเห็นได้ทั่วไปในธรรมชาติ อาทิ กระเบนนกรางกระแส ฉลามหัวค้อน และเต่ากระ เป็นต้น ควบคู่กับผลจากการดูแลและขยายพันธุ์ปะการังจนพื้นที่แนวปะการังเพิ่มขึ้นจากประมาณ 1,300 ตารางเมตร เป็นมากกว่า 8,000 ตารางเมตร ระหว่างปี 2018–2026 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 600% ภายใน 8 ปี นอกจากนี้ ยังบันทึกการพบโลมาสะสมรวม 7,851 ตัว จากการสำรวจ 246 ครั้ง สะท้อนผลลัพธ์จากการฟื้นฟูและดูแลระบบนิเวศทางทะเลอย่างต่อเนื่อง

โดยพื้นที่ทั้งสองแห่งได้รับการรับรองเป็นพื้นที่ OECMs (Other Effective Area-Based Conservation Measures) หรือ “พื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง” ซึ่งเป็นการนำศักยภาพของพื้นที่ภาคเอกชนมาบริหารจัดการและฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและหล่อเลี้ยงพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิด ‘Global Citizen’ ของบริษัทบุญรอดฯ ที่มุ่งดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน การรับรองพื้นที่ OECMs ยังเป็นกลไกสนับสนุนเป้าหมายที่ 3 ของกรอบงานคุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework) หรือ 30×30 ซึ่งกำหนดให้มีการอนุรักษ์และบริหารจัดการพื้นที่บก น้ำจืด ชายฝั่ง และทะเลของโลกอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี ค.ศ. 2030
การได้รับการรับรอง OECMs ทั้งบนบกและทางทะเล สะท้อนผลลัพธ์จากการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพของบริษัทบุญรอดฯ พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขยายผลการดูแลระบบนิเวศและสร้างประโยชน์ให้แก่ธรรมชาติ สังคม และเศรษฐกิจในระยะยาว /-








