- เงินทุนดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนBangkok Climate Action Week (BKKCAW)
- การสนับสนุนจากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์อย่างต่อเนื่องแก่BKKCAW เสริมสร้างการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศที่ขับเคลื่อนโดยท้องถิ่น
มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ (The Rockefeller Foundation) ประกาศมอบเงินทุนสนับสนุนจำนวน 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.8 ล้านบาท) แก่ Just Transitions Incubator (JUTI) เพื่อจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนในการขับเคลื่อนโครงการหลักอย่าง Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) ในปี 2569 และ 2570 โดย Bangkok Climate Action Week 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–11 ตุลาคม 2569 เงินสนับสนุนดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ JUTI ขับเคลื่อน BKKCAW ในฐานะแพลตฟอร์มด้านการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศที่ขับเคลื่อนโดยเครือข่ายความร่วมมือ ผ่านการสร้างการมีส่วนร่วมในวงกว้าง การพัฒนาระบบธรรมาภิบาลเพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของร่วม ตลอดจนยกระดับกลไกด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ความร่วมมือระหว่างองค์กร และการเรียนรู้ร่วมกัน โดยสมาชิกเครือข่ายประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคประชาสังคมและชุมชน องค์กรการกุศล ภาคเอกชน รวมถึงสถาบันวิจัยและองค์ความรู้ ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อประโยชน์ของทั้งผู้คนและโลก
ดีพาลี คานนา รองประธานอาวุโสและประธานประจำภูมิภาคเอเชีย มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ กล่าวว่า “Bangkok Climate Action Week เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างแรงหนุนให้กับแนวทางแก้ไขปัญหา ประชาชน และองค์กรที่มีบทบาทในการยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การสนับสนุน BKKCAW ของมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์จะช่วยให้ JUTI สามารถเชื่อมโยงภาครัฐ ชุมชน นักวิจัย องค์กรการกุศล และภาคธุรกิจ ให้ผนึกกำลังเพื่อตอบรับทั้งโอกาสและความท้าทายที่เกิดขึ้นร่วมกัน ทั้งนี้ BKKCAW เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค และผลักดันแนวคิดจากระดับท้องถิ่นไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน เสริมสร้างความยืดหยุ่น และสนับสนุนอนาคตที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น”
เงินทุนดังกล่าวจะมีส่วนช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการเสริมสร้างระบบนิเวศการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศที่ขับเคลื่อนโดยท้องถิ่น การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลากหลายภาคส่วน และการผลักดันให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจากข้อริเริ่มที่เกิดขึ้นภายใน BKKCAW ทั้งนี้ เงินสนับสนุนจะช่วยยกระดับการรับรู้ของสาธารณะและผู้กำหนดนโยบายต่อแนวทางการพัฒนาและการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศที่สอดคล้องกับบริบทของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเชื่อมโยงประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับการสร้างงาน การเสริมสร้างความยืดหยุ่น และการเติบโตอย่างทั่วถึง ในระดับภูมิภาค ผลลัพธ์สำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ได้แก่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ความร่วมมือที่ลึกซึ้งขึ้นระหว่างผู้เล่นที่มีบทบาทด้านสภาพภูมิอากาศในเอเชีย และการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศกำลังพัฒนาที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการประสานนโยบาย การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจากชุมชน แหล่งทรัพยากร ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และการสนับสนุนด้านการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลีโอ ฮอร์น-พัธโนทัย ผู้ก่อตั้งและผู้ประสานงาน Bangkok Climate Action Weekกล่าวว่า “การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำเป็นต้องอาศัยการสร้างและดูแลระบบนิเวศความร่วมมือในระยะยาว มากกว่าการจัดเวทีหารือเป็นครั้งคราว การเสริมความแข็งแกร่งให้กับท้องถิ่น การยกระดับกรอบการสื่อสารด้านสภาพภูมิอากาศ และสร้างความร่วมมือเชิงลึกในระดับภูมิภาค จะช่วยวางรากฐานสำหรับการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศให้มีมาตรฐานสูง ครอบคลุม และตอบสนองต่อบริบทจริงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ดียิ่งขึ้น”
มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์สนับสนุนการจัดงาน Bangkok Climate Action Week ครั้งแรกในปี 2568 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการวางรากฐานให้โครงการดังกล่าวพัฒนาเป็นเวทีที่ได้รับการยอมรับสำหรับการสร้างความร่วมมือจากหลายภาคส่วนและการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศที่ขับเคลื่อนโดยท้องถิ่น ทั้งนี้ BKKCAW มีความสำคัญเป็นพิเศษในปีนี้ เนื่องจากจะช่วยชูบทบาทความเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ก่อนการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (World Bank–IMF Annual Meetings) ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2569 นี้ /-









